Diagonal Select - Hello Kitty

วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทินครั้งที่ 14


 บันทึกผลการเรียนรู้ประจำสัปดาห์ 


วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย 

วันที่ 18 เดือน พฤศจิกายน 2557

ชื่อ   นางสาว รัตติพร ชัยยัง กลุ่มเรียน 102 เวลา14.10 น. - 17.30 




ความรู้ที่ได้รับ

                  ในสัปดาห์เพื่อนกลุ่มที่เหลือที่ยังไม่ได้รายงานแผนการสอนออกมานำเสนองานต่อจากสัปดาห์ที่แล้วมีกลุ่ม นกหงส์หยกสอนแผนวันอังคาร  กลุ่มสับปะรดสอนแผนวันพุธ และกลุ่มส้มใช้แผนวันพฤหัสบดี ซึ่งรายงานแผนการสอนเสร็จก็ต่อด้วยการอ่านวิจัย(Research) และโทรทัศน์ครู (Teachers TV) ต่อด้วยการสาธิตทำไข่เทอริยากิด้วยวิธีการทำที่แสนง่ายขั้นตอนไม่ยุ่งยากและยังอร่อยแถมมีประโยชน์อีกด้วย


กลุ่มที่ 2 หน่วยนกหงส์หยก (jade bird) 


วิธีการสอน กลุ่มนี้สอนเกี่ยวกับนกหงส์หยกโดยเปรียบเทียบความเหมือนต่างของนกสองสายพันธ์ได้แก่พันธ์เยอรมันกับพันธ์สตีโนมีการเตรียมสื่ออุปกรณ์มาดีมีการทำแผ่นวงกลมเป็นรูปสีต่างๆเพื่อให้เด็กเข้าใจและเห็นสีชัดเจนยิ่งขึ้น ข้อบกพร่อง คือควรทำตารางแยกลักษณะให้ชัดเจน เช่น สี ขนาด รูปร่าง ส่วนประกอบ และแบ่งชนิดสายพันธ์ของนกที่จะสอนเพื่อเปรียบเทียบให้เด็กเห็นชัดเจนความเหมือนต่างของนกสองสายพันธ์ อันไหนวาดรูปได้ก็ให้วาดเพื่อให้เด็กเห็นภาพเด็กจะได้เข้าใจเพราะเด็กยังอ่านหนังสือไม่ออก เวลาถามควรไล่ระดับในการถามเพื่อให้เด็กสังเกตเหมือนกันโดยเริ่มจากส่วนหน้าลงมาสู่เท้า เสร็จแล้วก็มาหาความสัมพันธ์โดยหาความเหมือนก่อน ส่วนไหนเหมือนกันแล้วก็วงไว้เพื่อให้เด็กได้รู้ว่าส่วนนั้นเอาไปแล้วบ้าง



กลุ่มที่ 8 สับปะรด (pine apple) 




วิธีการสอน  กลุ่มนี้จะสอนในเรื่องของประโยชน์และข้อควรระวังเริ่มขั้นนำด้วยการเล่านิทาน"น้องหนูนากับสับปะรด"  มีการนำรูปมาให้ดูประกอบเพื่อให้เด็กเกิดการสังเกตจากภาพที่ดู ข้อบกพร่อง ควรพูดเป็นขั้นตอนอย่าเพิ่งรีบร้อนสอนไปเป็นขั้นๆ ครูควรถามคำถามให้ชัดเจน เช่น เด็กๆคิดว่าภาพนี้เขาทำอะไรอยู่คะ? เด็กตอบว่าคนคัดแยกสับปะรด เราอาจถามต่อว่า คนที่เขาคัดแยกสับปะรดมีอาชีพอะไรคะ? แล้วนำสับปะรดที่คัดแยกไปทำอะไรคะ? เด็กอาจตอบว่านำไปขาย เราก็บอกต่อไปว่าไปขายแล้วได้เงินทำให้เกิดรายได้ เด็กจะได้เปรียบเทียบและรู้ว่าอาชีพนี้ทำให้เกิดรายได้ และการสอนเด็กในเรื่องของข้อควรระวังควรสอนเรื่องที่ใกล้ตัว เช่น การทานสับปะรดต้องล้างมือก่อนเป็นต้น



กลุ่มที่ 9 ส้ม (Orange) 



วิธีการสอน กลุ่มนี้สอนเรื่องประโยชน์จากการแปรรูป เริ่มต้นด้วยคำคล้องจองเกี่ยวกับประโยชน์จากส้ม มีการนำเสนอด้วยของจริงมีการถามถึงสิ่งที่หยิบขึ้นมาว่าเป็นอะไรมีประโยชน์อย่างไรและข้อควรระวังมีอะไรบ้าง
ข้อบกพร่อง ควรวางของจากซ้ายไปขวาเพราะเป็นกฎที่ต้องทำเพราะเราเขียนหนังสือจากซ้ายไปขวา ครูควรยืนข้างหลังไม่บังสิ่งของที่จะสอน คำคล้องจองควรมีชาร์จเพลงให้เด็กอ่านเพราะเด็กยังไม่รู้จักเพลง ครูควรถามเด็กว่าประโยชน์ของส้มที่ได้จากการแปรรูปมีอะไรบ้าง? เด็กตอบแล้วบันทึกข้อมูลนอกเหนือจากนี้ยังมีอะไรอีกบ้างคะ? เด็กตอบพร้อมบันทึกข้อมูล ครูอาจให้เด็กแต่ละคนออกมาหยิบเพื่อให้เด็กมีส่วนร่วมในกิจกรรมโดยไม่ให้เด็กเห็นสิ่งของที่จะให้เด็กหยิบและควรสอนเด็กในเรื่องใกล้ตัวในชีวิตประจำวัน เช่น สเปรย์กลิ่นส้มประโยชน์คือทำให้ห้องมีกลิ่นหอมข้อควรระวังคือไม่ควรฉีดใส่หน้าไม่ฉีดต้นลมเพราะจะทำให้เกิดอันตราย


การนำเสนอวิจัย(Research) และโทรทัศน์ครู(Teachers TV) 
วิจัย(Research) 
                  - การพัฒนากระบวนการวิทยาศาสตร์พื้นฐานของเด็กปฐมวัยโดยการใช้รูปแบบกิจกรรมศิลปสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้
                  - เรื่องผลการเรียนรู้ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่มีต่อทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์

โทรทัศน์ครู(Teachers TV) 
                   เรื่องรวมสีน้ำยาล้างจาน
                   เรื่องสร้างพื้นฐานกิจกรรมการเรียนรู้กับประสาทสัมผัสทั้ง
                   เรื่องกิจกรรมวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
                   เรื่องดินน้ำมันลอยได้อย่างไร

ต่อด้วยกิจกรรมในห้องเรียน







กิจกรรมในห้องเรียน"ไข่เทอริยากิ"

           เป็นกิจกรรมที่แสนง่ายสามารถนำไปใช้สอนเด็กได้เพราะมีขั้นตอนไม่ยุ่งยากวิธีการทำก็แสนง่ายอุปกรณ์ส่วนผสมก็หาได้ทั่วไปแถมยังมีคุณค่าทางโภชนาการอีกด้วยส่วนผสม        

 1.ไข่ไก่ (Egg)      

  2.ข้าวสวย (Rice)        

 3.ผักต่างๆ (แครอทcarrot /ต้นหอม leek)         

 4.ปูอัด (a crab compresses)        

 5.ซอสปรุงรส        

 6.เนย (better)

วิธีการทำ        

 1.ตีไข่ใส่ชาม     

 2.นำส่วนผสมต่างๆใส่ลงไปในไข่ในอัตราส่วนที่พอดี       

 3.นำเนยใส่ในหลุมกระทะ         

4.คนส่วนผสมให้เข้ากันจากนั้นนำไปเทลงในหลุมกระทะที่เตรียมไว้




การนำไปประยุกต์ใช้   (Application)
                         
             สามารถนำความรู้ที่ได้จากการเขียนแผนการสอนการทำกิจกรรมต่างๆรวมถึงวิธีการสอนเทคนิคต่างๆสามารถนำไปใช้ในการสอนเด็กในอนาคตได้จริงเพราะการเขียนแผนรวมถึงวิธีการสอนเป็นสิ่งที่จำเป็นและต้องใช้สอนโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่จะเป็นครูต้องสามารถเขียนแผนการสอนและสามารถนำแผนที่เขียนนั้นไปสอนเด็กให้ตรงกับวัตถุประสงค์ที่วางไว้ได้อย่างถูกต้องและเป็นขั้นตอน


ประเมินตนเอง (Self)

                   แต่งกายถูกระเบียบตั้งใจฟังที่อาจารย์สอนและอธิบายถึงวิธีการสอนเทคนิคการสอนเด็กให้เด็กเข้าใจเป็นขั้นๆและสามารถที่จะนำความรู้ที่อาจารย์สอนไปใช้ได้จริงและนำไปพัฒนาตนเองให้มีศักยภาพที่ดีขึ้น

ประเมินเพื่อน(Friends) 

                เพื่อนในกลุ่มรวมถึงเพื่อนในห้องพูดคุยถึงข้อสงสัยในเรื่องที่เพื่อนออกมานำเสนอว่ามีข้อบกพร่องตรงไหนที่เพื่อนควรปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นเพื่อนๆร่วมทำกิจกรรมและสนใจฟังเพื่อนออกมานำเสนอได้ดี

ประเมินอาจารย์  (Teacher)

                     อาจารย์มีการถามถึงวิธีและกระบวนการสอนว่ามีตรงไหนที่เราคิดว่าไม่ถูกต้องควรปรับปรุงควรสอนแบบไหนก่อนก่อนที่จะไปสอนอีกแบบหนึ่งมีการถามให้เราเกิดความคิดและความเข้าใจในวิธีการสอนนั้นจริงๆและสามารถนำเทคนิคและวิธีการต่างๆไปสามารถใช้กับเด็กได้จริงในอนาคต มีการนำอุปกรณ์การประกอบอาหารมาให้นักศึกษาทำเพื่อที่สามารถนำไปใช้สอนกับเด็กในเรื่องของการประกอบอาหารได้เป็นอย่างดี





สรุปงานวิจัย


เรื่องการพัฒนากระบวนการวิทยาศาสตร์พื้นฐานของเด็กปฐมวัยโดยการใช้รูปแบบกิจกรรมศิลปสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้ 

บทคัดย่อของ ณัฐชุดา สาครเจริญ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ


         ความมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า

         1. เพื่อระดับการศึกษาการพัฒนาของทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์พื้นฐานของเด็กปฐมวัยที่ได้รับจากประสบการณ์โดยใช้รูปแบบกิจกรรมศิลป

     สร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้  

         2.  เพื่อเปรียบเทียบทักษะกระบวนการเรียนรู้วิทยาศาสตร์พื้นฐานของเด็ก 

    ปฐมวัย ก่อนและหลังการจัดประสบการณ์โดยใช้รูปแบบกิจกรรมศิลป

    สร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้

     ความสำคัญของการเรียนวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

       การนำวิธีการสอนวิทยาศาสตร์มาสอดแทรกในการเรียนการสอนระดับปฐมวัยจะส่งเสริมให้เด็กเกิดการคิดอย่างเป็นระบบ และศึกษาสิ่งต่างๆด้วยการนำทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาใช้กระตุ้นพัฒนาการเรียนรู้และส่งเสริมพัฒนาการทุกด้านให้เกิดขึ้นอย่างสมดุลและเต็มศักยภาพ วิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่นำมาใช้การสอนเด็กปฐมวัย เช่นเดียวกับผู้ใหญ่แต่ขึ้นกับกระบวนการใช้ที่เหมาะสมกับเด็กปฐมวัย ดังนี้ ขั้นกำหนดปัญญา ขั้นตั้งสมมุติฐาน การเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อตรวจสอบสมมุติฐาน การวิเคราะห์ข้อมูล การอภิปราย

การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

  เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า ได้แก่

1. แผนการจัดกิจกรรมรูปศิลปะสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้

2. แบบประเมินการทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์พื้นฐานสำหรับเด็กปฐมวัย 

  การสร้างแผนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้

      ในการศึกษาค้นคว้า ผู้วิจัยได้ดำเนินการดังนี้

1. ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้ จากรายงานการศึกษาเบื้องต้น

2. ศึกษาเอกสารเกี่ยวกับพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย 
 
ตัวแปรที่ศึกษา

1. ตัวแปรอิสระ ได้แก่ รูปแบบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้2. ตัวแปรตาม ได้แก่ ลักษณะกระบวนการวิทยาศาสตร์ 6 ด้าน ดังนี้

     2.1 การสังเกต

     2.2 การจำแนก

     2.3 การวัด

     2.4 การสัมพันธ์

     2.5 การสื่อสาร

     2.6 การลงความเห็น 

2. การพัฒนาทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์พื้นฐาน หมายถึง ระดับของการเปลี่ยนพฤติกรรมในการเรียนรู้ทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์พื้นฐานของเด็กปฐมวัยทั้ง 6 ด้าน ซึ่งประเมินได้จากแบบประเมินที่ผูวิจัยสร้างขึ้นตามความหมายดังนี้

      การสังเกต หมายถึง ความหมายในการใช้ประสาทสัมผัสอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน ซึ่งได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น และผิวกาย เข้าไปสัมผัสโดยตรงกับวัตถุหรือเหตุการณ์แล้วเด็กสามารถบอกความแตกต่างของสิ่งนั้นได้
    การจำแนก หมายถึง ความสามารถในการแบ่งประเภทสิ่งของโดยมรเกณฑ์ที่ใช้ในการจำแนกประเภท ได้แก่ ความเหมือน ความแตกต่างและสัมพันธ์
    การวัด หมายถึง ความสามารถในการประมาณของสิ่งต่างๆรวมถึงการประมาณความแตกต่างของวัตถุ โดยใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์อื่นในการกำหนดค่า
    การหามิติสัมพันธ์ หมายถึง ความสามารถในการบอกความสัมพันธ์ระหว่างมิติต่างๆของวัตถุหรือบอกตำแหน่งของวัตถุได้แก่ ขนาด รูปร่าง ระยะทาง ตำแหน่ง พื้นที่ สถานที่ไป
    การสื่อสาร หมายถึง ความสามารถในการบอก อธิบายสิ่งค้นพบให้ผู้อื่นเข้าใจได้ถูกต้อง
    การลงความเห็น หมายถึง ความสามารถในการสรุปผลของการศึกษาค้นคว้าจากการใช้ทักษะการสังเกต หรือการทดลองได้อย่างมีเหตุผล

3. รูปแบบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้หมายถึง กิจกรรมการเรียนรู้ที่ศิลปะสร้างสรรค์เป็นสื่อการสร้างสาระหรือสิ่งที่เรียนรู้ ความเข้าใจและมีความสุขกับการเรียนรู้ รูปแบบกิจกรรมศิลปสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้ที่ใช้ในการวิจัยนี้จำแนกเป็น 6 ลักษณะดังนี้ ศิลปะย้ำ หมายถึงการระบายสีหรือการใช้เทคนิคอะไรก็ได้ในการวาดภาพ ตัดแปะ ตามภาพของสิ่งที่เรียนเพื่อการย้ำสิ่งที่เด็กเรียนรู้ ศิลปะปรับภาพ หมายถึงการนำวัสดุที่มาสร้างงานศิลปะประดิษฐ์เพื่อย้ำความเข้าใจในสาระที่เรียนเป็นการทบทวนความรู้ ศิลปะเปลี่ยนแบบ หมายถึงการใช้สิ่งที่เด็กเรียนรู้มาเปลี่ยนรูปแบบเพื่อสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่ตนชอบ ศิลปะถ่ายโยง หมายถึงการใช้ศิลปะเป็นสื่อการโยงการรับรู้ของเด็กด้วยการทำภาพ เช่น วาดหรือปั้นโดยการสังเกตถ่ายโยงไปสู่การเรียนรู้ตัวแบบของศิลปะนั้นๆ ศิลปะบูรณาการ หมายถึงการนำความรู้ที่ได้มาเป็นพื้นฐานของการพัฒนางานศิลปะเป็นภาพหรือสิ่งประดิษฐ์โดยการสังเกตและเปรียบเทียบ เพื่อให้เกิดภาพ จากนั้นให้เพิ่มเติมได้ตามเพี่อการเรียนรู้

       วิธีการดำเนินการทดลอง

1.ผู้วิจัยทำการทดสอบทักษะกระบวนวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย (Pretest) ก่อนทดลอง
2. ผู้วิจัยทำการดำเนินการทดลองในกิจกรรมเสริมประสบการณ์ ด้วยการจัดกิจกรรมศิลปสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้ ใช้เวลาทดลอง 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3วัน ใน วันอังคาร วันพุธ วันพฤหัสบดี วันละ 40 นาที รวม 24 ครั้ง ทำการทดลองในช่วงเวลา 09.30 –10.10. วันที่ 25 มกราคม 2548 – วันที่ 24 มีนาคม 2548 ผู้วิจัยดำเนินกิจกรรมตามขั้นตอนในการจัดกิจกรรมตามวัน และเวลาดังนี้
3. เมื่อดำเนินการทดลองครบ 8 สัปดาห์ ผู้วิจัยทำการประเมินทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์พื้นฐานของเด็กปฐมวัย (Posttest) หลังเสร็จสิ้นการทดทอง โดยใช้แบบทดสอบชุดเดียวกันกับที่ใช้ในการทดลองก่อนทดลอง
4. นำข้อมูลที่ได้จากการทดสอบทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์พื้นฐานของเด็กปฐมวัย  มาตรวจให้คะแนนและนำไปทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีทางสถิติต่อไป


 การจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
1.ให้เด็กเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติ (Active Learning) การลงมือกระทำจริงด้วยตนเองการได้รับประสบการณ์ตรงจากการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 52.จัดกิจกรรมตามสภาพจริง (Authentic activity) การจัดกิกรรมที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เด็กอาศัยอยู่เป็นการส่งเสริมดารเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม3. ด้านประสบการณ์เดิมของเด็ก (prior knowledge) การเรียนรู้สิ่งใหม่นั้นฐานมาจากประสบการณ์เดิมของเด็ก4. สร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูกับเด็ก (Teacher and Child interaction) ครูต้องเป็นผู้ให้ คำแนะนำ กำลังใจ เอื้ออำนวยช่วยเหลือให้เด็กเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง5. สะท้อนความคิด (Reflective thinking) ระหว่างที่จัดกิจกรรมเรียนรู้ การสะท้อนความคิดเป็นลักษณะหนึ่งที่ต้องกระตุ้นให้เด็กเกิดความคิดไตร่ตรองถึงความเป็นไปได้เกี่ยวกับการกระทำที่ปฏิบัติลงไป

     สรุปผลการศึกษา

  1. พัฒนาการกระบวนการวิทยาศาสตร์พื้นฐานของเด็กปฐมวัยหลังจากจัดกิจกรรมรูปแบบศิลปสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้โดยภาพรวมและจำแนกตามทักษะอยู่ในระดับดี

 2. พัฒนาการกระบวนการวิทยาศาสตร์พื้นฐานของเด็กปฐมวัยหลังจากจัดกิจกรรมรูปแบบศิลปสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้สูงขึ้นกว่าก่อนการจัดกิจกรรมศิลปสร้างสรรค์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.1
   

 

สรุปบทโทรทัศน์ครู


สรุปความรู้จากการดูโทรทัศน์ครู









บทโทรทัศน์ครู เรื่อง จุดประกายนักวิทยาศาสตร์น้อย 


เด็กปฐมวัยมีความอยากรู้อยากเห็น อยากที่จะลอง เเละพยายามที่จะโชว์เพื่อให้เพื่อนๆยอมรับในตัวเขา หลักการของอาจารย์คือเน้นการทดลอง เเละให้เด็กจดจำ โดยอาจารย์สอนเรื่อง เสียง ครูเปิดโอกาสให้เด็กๆเเสดงความสามารถทางเสียงเป็นการนำเข้าสู่บทเรียนเเละการใช้คำถามเพื่อให้เด็กเกิดกระบวนการคิดเเละสังเกต เด็กปฐมวัยเป็นวัยที่มีความอยากรู้อยากเห็นต่อสิ่งเเวดล้อมอยู่ตลอดเวลา เพราะเป็นวัยที่มีการพัฒนาทางสติปัญญา สูงที่สุดของชีวิต ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เป็นทักษะที่ส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยสามารถคิดหาเหตุผล เเสวงหาความรู้ สามารถเเก้ไขปัญหาได้ ตามวัยของเด็ก ควรจัดกิจกรรมให้เด็ก ได้ลงมือกระทำด้วยตนเองจากการเรียนคือการพัฒนาเครื่องดนตรี